สำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทย ที่ต้องการจำหน่ายสินค้าไปยังประเทศในยุโรป
ท่านทราบหรือไม่ว่า สินค้านั้นจะต้องผ่านระเบียบ RoHS หรือ “ the Restriction of the use of certain Hazardous Substances in electrical and electronic equipment” ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจว่าสินค้าประเภทใดบ้างที่อยู่ในขอบเขตของระเบียบนี้ เราจึงได้นำข้อมูลมาให้ท่านได้รับทราบกันในฉบับนี้ อาจกล่าวสั้นๆ ได้ว่า สินค้าเกือบทุกชนิดที่ต้องใช้ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นแบบเสียบปลั๊ก หรือใช้แบตเตอรี่ เว้นแต่จะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าแรงสูง (เกิน 1,000 Vac. หรือ 1,500 Vdc.) หรือเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ติดกับอาคาร ต้องผ่านระเบียบ RoHS โดยแบ่งสินค้าออกเป็น 8 ประเภทด้วยกัน สินค้าทั้ง 8 ประเภทที่อยู่ภายใต้ขอบเขตของระเบียบ RoHS ในปัจจุบัน ได้แก่
| |
ประเภทที่ 1.
ประเภทที่ 2.
ประเภทที่ 3.
ประเภทที่ 4.
ประเภทที่ 5.
ประเภทที่ 6.
ประเภทที่ 7.
ประเภทที่ 10.
|
เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ใช้ในครัวเรือน
เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ใช้ในครัวเรือน
อุปกรณ์ ไอทีและโทรคมนาคม
สินค้าอุปโภค เช่นโทรทัศน์ วิทยุ
อุปกรณ์ให้แสงสว่าง
เครื่องมือไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
ยกเว้นเครื่องมือขนาดใหญ่ที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมที่ยึดติดอยู่กับที่
ของเล่น และเครื่องเล่นเพื่อความบันเทิงและเครื่องกีฬา เครื่องขายของอัตโนมัติ
|
| |
|
| |
ส่วนสินค้าที่ตอนนี้ยังไม่อยู่ในขอบเขตของ RoHS ในปัจจุบัน ได้แก่ |
| |
ประเภทที่ 8. |
เครื่องมือแพทย์(ยกเว้นสินค้าที่ปลูกถ่ายในร่างกายและสินค้าติดเชื้อ) |
| |
ประเภทที่ 9. |
เครื่องมือสำหรับการวัดและควบคุม |
ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับระเบียบ RoHS ท่านสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก www.thairohs.org
ดังนั้น เมื่อทราบแล้วว่าสินค้าที่อยู่ภายใต้ระเบียบ RoHS มีอะไรบ้าง ผู้ประกอบการที่ส่งสินค้าไปจำหน่ายยังยุโรป จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนส่วนประกอบต่างๆ ในสินค้านั้นให้เป็นไปตามข้อกำหนด เพื่อให้สินค้าที่ผ่านกระบวนการผลิตออกมาสามารถผ่านระเบียบ RoHS อันจะเป็นการเพิ่มพูนศักยภาพในการแข่งขันของผู้ประกอบการต่อไป
|